ทดสอบทริป China
Description

Day 1
09.30 น. พบกัน ณ บริเวณจุดนัดพบภายในสนามบินดอนเมือง (จะแจ้งนัดหมายให้ทราบอีกครั้งก่อนวันเดินทาง) เพื่อเช็คชื่อ เช็คอินพร้อมโหลดสัมภาระออกตั๋ว จากนั้น พักผ่อนตามอัธยาศัย
11.00 น. ออกเดินทางจากสนามบินดอนเมือง
12.15 น. ถึงยังสนามบินนานาชาติมัณฑะเลย์ ประเทศเมียนมาร์
หลังจากรับสัมภาระทำพิธีผ่านการเข้าเมืองเป็นที่เรียบร้อยแล้วรถรับจากสนามบินไปรับประทานอาหารกลางวันร่วมกัน
(1) จากนั้น นำทุกท่านออกเดินทางไปยัง วัดชเวนันดอว์ เดิมเป็นพระตำหนักของพระเจ้ามินดง สร้างในปี 2400 อยู่ในพระราชวังมัณฑะเลย์ หลังจากที่พระเจ้ามินดงสวรรคต พระเจ้าสีป่อ พระราชโอรส ได้สั่งให้รื้อพระตำหนักหลังนี้ นำไปถวายวัดที่อยู่ภายนอกพระราชวังในปี 2423 สร้างด้วยไม้เนื้อแข็งสีดำทั้งหลัง แกะสลักสวยงามบนไม้สักทองประดับตามจุดต่างๆ สวยงามแปลกตา
จากนั้น นำทุกท่านออกเดินทางต่อไปยัง วัดกุโสดอว์ กุโสดอ เป็นเจดีย์สำคัญแห่งหนึ่งของประเทศพม่า ซึ่งใช้รูปแบบการสร้างแบบเดียวกับเจดีย์ชเวซิกอง ในเมืองพุกาม และยังเป็นที่ตั้งของ “หนังสือที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในโลก” จากการสังคายนาพระไตรปิฏก และได้มีการจารึกข้อความทั้ง 84,000 พระธรรมขันธ์ ลงบนแผ่นหินอ่อนขนาดใหญ่จำนวน 729 แผ่น ซึ่งตั้งอยู่รายล้อมพระเจดีย์ ตั้งอยู่ในเมืองมัณฑะเลย์ ประเทศพม่า
จากนั้น นำทุกท่านออกเดินทางต่อไปยังมัณฑะเลย์ ฮิลล์ มัณฑะเลย์ฮิลล์ เป็นจุดชมวิวมุมสูงที่ตั้งอยู่บนภูเขามัณฑะเลย์ความสูง 236 เมตร และเป็นหนึ่งในสถานที่ท่องเที่ยวยอดนิยมในเมืองมัณฑะเลย์ นอกจากจุดชมวิวแล้ว ด้านบนภูเขายังมีวัด วิหาร และสิ่งศักดิ์สิทธิ์มากมายให้สักการะบูชา โดยนักท่องเที่ยวจะนิยมเดินทางขึ้นไปชมพระอาทิตย์ตกในช่วงเย็น ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่มีความสวยงามมากที่สุด มัณฑะเลฮิลล์ถูกสร้างขึ้นพร้อมๆ กับในช่วงที่มีการสร้างเมืองมัณฑะเลย์ขึ้นมาในสมัยของพระเจ้ามินดง พื้นที่ด้านบนมีปูชนียสถานสำคัญๆ เช่นวิหารบรรจุพระบรมสารีริกธาตุ ซึ่งเป็นพระบรมธาตุที่ขุดพบที่แคว้นคันธารราษฎร์ ในประเทศอินเดีย และวิหาร “ซูตองพญา” ซึ่งมีรูปทรงคล้ายมณฑปครอบพระมหามัยมุนี ภายใต้วิหารประดิษฐานพระพุทธรูปทั้งสี่ทิศ คือ พระกกุสันโธ พระโกนาคมน์ พระกัสสป และพระสมณโคดม รอบวิหารมีระเบียงสำหรับชมทัศนียภาพเมืองมัณฑะเลย์ และสามารถมองเห็นแม่น้ำอิระวดี พระราชวังมัณฑะเลย์ และวัดกุโสดอว์
สมควรแก่เวลา นำทุกท่านไปรับประทานอาหารเย็นร่วมกัน
(2) จากนั้น นำทุกท่านเดินทางเข้าสู่ที่พัก พักผ่อนตามอัธยาศัย ราตรีสวัสดิ์มัณฑะเลย์

Day 2
06.00 น. อรุณสวัสดิ์มัณฑะเลย์ /สรีระกิจ
07.00 น. รับประทานอาหารเช้าร่วมกัน ณ ห้องอาหารโรงแรม (3)
08.00 น. นำทุกท่านออกเดินทางจากโรงแรมที่พักเพื่อนำทุกท่านล่องเรือไปยังเมืองมิงกุน มิงกุนเป็นหมู่บ้านเล็กๆ แห่งลุ่มแม่น้ำอิระวดี ที่เป็นที่ตั้งของมหาเจดีย์มิงกุน ที่ผู้ก่อสร้างคาดหวังให้เป็นเจดีย์ที่สูงใหญ่ที่สุดในพม่า แต่ก็สร้างไม่เสร็จ มีเรื่องราวมากมายเกี่ยวกับเหตุผลของการสร้างไม่เสร็จ
นำทุกท่านไปชมเจดีย์มิงกุน พร้อมฟังเรื่องราวที่น่าสนใจเกี่ยวกับเจดีย์องค์นี้ที่มีเรื่องเล่าขานที่น่าสนใจเป็นอย่างยิ่ง
จากนั้น นำทุกท่านเดินเท้าต่อไปยัง ระฆังมิงกุน ระฆังสำริดมิงกุน สร้างโดยพระเจ้าปดุง เป็นระฆังที่ใหญ่ที่สุดอันดับสองของโลก แต้ถ้านับเป็นระฆังชนิดแขวนแล้วยังตีดัง ชาวพม่าต่างบอกว่าเป็นระฆังแขวนที่ใหญ่ที่สุดของโลก สูง 12 ฟุต และวัดปากขอบยาว 16 ฟุต 3 นิ้ว หนัก 90 ตัน เชื่อกันว่าถ้าใครได้ไปตีระฆังมิงกุน จะมีชื่อเสียงโด่งดังไปไกลเหมือนกับเสียงของระฆังนั่นเอง ระฆังมิงกุนจึงเป็นความภูมิใจของชาวพม่าอย่างมาก
จากนั้น นำทุกท่านเดินเท้าต่อไปยัง เจดีย์ชินพิวเม เป็นเจดีย์ ที่สวยสง่ามากแห่งหนึ่งสร้างขึ้นในปี พ.ศ. 2359 โดยพระเจ้าบากะยีดอว์ พระราชนัดดาในพระเจ้าปดุง เป็นอนุสรณ์แห่งความรักที่พระองค์มีต่อพระมหาเทวีชินพิวเม ซึ่งถึงแก่พิราลัยก่อนเวลาอันควร จึงได้รับสมญานามว่า “ทัชมาฮาลแห่งลุ่มอิระวดี”
สมควรแก่เวลา นำทุกท่านลงเรือจากท่าเรือมิงกุนอำลาเมืองมิงกุน เพื่อไปรับประทานอาหารกลางวันร่วมกัน (4)
13.00 น. นำทุกท่านออกเดินทางต่อไปยังเมืองอังวะ อาณาจักรอังวะ เป็นอาณาจักรอิสระที่ปกครอง พม่าตอนบน ระหว่าง ค.ศ. 1364 ถึง 1555 สถาปนาเมื่อ ค.ศ. 1364 เป็นอาณาจักรที่สืบทอดจาก อาณาจักรมยีนไซ่ง์ อาณาจักรปี้นยะ และอาณาจักรซะไกง์ ที่ปกครองพม่าตอนกลางภายหลังจากการล่มสลายของ อาณาจักรพุกาม ในช่วงปลาย คริสต์ศตวรรษที่ 13 อังวะตกอยู่ภายใต้การรุกรานอย่างรุนแรงจากรัฐฉานในช่วงแรกของคริสต์ศตวรรษที่ 16 ในปี ค.ศ. 1527 รัฐฉานนำโดยเมืองโม่ญี่นซึ่งเป็นพันธมิตรกับแปร ได้เข้ายึดครองอังวะและปกครองพม่าตอนบน ในฐานะที่อาณาจักรแปรเป็นพันธมิตรกับรัฐฉาน จึงมีเพียงตองอูอาณาจักรเล็ก ๆ ทางทิศตะวันออกเฉียงใต้ของอังวะ หรือบริเวณทิศตะวันออกของทิวเขาพะโค ยังคงเป็นเมืองอิสระสุดท้ายของชาวพม่า
ความล้มเหลวในการยับยั้งอาณาจักรตองอูพิสูจน์แล้วว่ามีบทเรียนราคาแพง ทำให้อาณาจักรอังวะถูกล้อมรอบด้วยอาณาจักรที่เป็นศัตรู อาณาจักรตองอูที่แข็งแกร่งมากขึ้นเริ่มมีความคิดที่จะรวบรวมดินแดน หลังได้รับชัยชนะในการรุกรานอาณาจักรหงสาวดีของชาวมอญในปี ค.ศ. 1534-1541 อาณาจักรตองอูหันหลังให้กับอาณาจักรแปรและรัฐฉาน และส่งกองทัพไปเข้าโจมตีแปรในปี ค.ศ. 1542 และพุกามเมืองตอนใต้ของอาณาจักรอังวะในปี ค.ศ. 1544 ในเดือนมกราคมปี ค.ศ. 1555 พระเจ้าบุเรงนอง แห่งตองอูก็สามารถพิชิตอาณาจักรอังวะได้สำเร็จ อันเป็นการสิ้นสุดอาณาจักรอังวะที่มีมานานเกือบสองร้อยปี
นำทุกท่านนั่งรถม้าเที่ยวเมืองอังวะ
เข้าเยี่ยมชม วัดมหาอ่องเหม่ บอนซาน สร้างโดยพระนางเมนุมเหสี ในพระเจ้าบาจีด่อ
เข้าเยี่ยมชมวัดบากะยาจาว วัดไม้สักบากะยา (Bakaya Monastery) วัดนี้สร้างขึ้นในสมัยพระเจ้าพะคยีดอ เมื่อปี พ.ศ. 2386 หรือที่คนไทยเรียก พระเจ้าจักกายเมง เป็นอาคารที่สร้างจากไม้สักทั้งหลัง ตรงกลางอาคารทำหลังคาทรงปราสาทแบบพม่า หรือเรียกว่า ปยาธาตุ เป็นศิลปะสมัยต้นๆ ของเมืองอังวะ มีงานไม้จำหลัก ลวดลายละเอียด ฝีมือประณีตงดงามมาก ไม่ว่าจะเป็น ซุ้มประตู หน้าต่างและผนัง
หอคอยอังวะ เป็นส่วนหนึ่งของพระราชวังเพื่อใช้สังเกตการณ์ข้าศึก สร้างขึ้นในปี ค.ศ.1822 หลังจากที่เกิดแผ่นดินไหวในปี ค.ศ.1838 หอแห่งนี้เกิดการเอียงตัว แต่ได้รับการบูรณะเป็นโครงสร้างเดิม และหอคอยแห่งนี้เป็นหนึ่งในรูปแบบสถาปัตยกรรมพม่าในช่วงต้นศตวรรษที่ 19
สมควรแก่เวลา อำลาอังวะ พาทุกท่านออกเดินทางไปยังเมืองอมระปุระ เพื่อไปชมการทอผ้าร้อยกระสวย หรือที่รู้จักกันในนาม ผ้าลุยตยา ที่โรงทอผ้า ผ้าทุกผืนที่ยังคงใช้เทคนิคการทอมืออันเป็นเอกลักษณ์ทำให้ผ้ามีความสวยงามและมีจิตวิญญาณชวนให้จับจอง ซื้อเป็นของฝากของที่ระลึก
จากนั้น นำทุกท่านออกเดินทางไปเยี่ยมชมสุสานลินซินกอง หรือ สุสานล้านช้าง สถานที่ๆ ขุดพบพระบรมอัฐิพระเจ้าอุทุมพร หรือ พระมหาเถรอุทุมพร ปัจจุบันได้รับการบูรณะและปรับปรุงบริเวณของสถานที่และองค์พระสถูปให้กับมาอยู่ในสภาพที่ดี และได้ทำพิธีอัญเชิญพระบรมอัฐิกลับเข้าไปบรรจุภายในพระสถูปดังเดิมเป็นที่เรียบร้อย เป็นโอกาสอันดีที่ทุกท่านจะได้มีโอกาสสักการะพระบรมอัฐิพระเจ้าอยู่หัวอุทุมพร
จากนั้น นำทุกท่านชมพระอาทิตย์ตก ณ บริเวณสะพานอูเบ็ง สะพานไม้สักทอดข้ามทะเลสาบตองตะมาน มุ่งตรงไปยังเจดีย์เจาะตอจี้ ซึ่งอยู่อีกฟากของทะเลสาบ ตั้งอยู่ที่อมรปุระ ก่อนจะเข้าถึงตัวเมืองมัณฑะเลย์ มีความยาว 1.2 กิโลเมตร (0.75 ไมล์) สร้างขึ้นเมื่อราวปี ค.ศ. 1850 และเชื่อว่าเป็นสะพานไม้สักที่เก่าแก่และยาวที่สุดในโลก สะพานสร้างจากไม้สักที่เหลือจากการรื้อพระราชวังเก่ากรุงอังวะ เมื่อครั้งย้ายเมืองหลวงจากอังวะ มายังอมรปุระ จำนวน 1,086 ต้น ชื่ออู้เบนนั้นเป็นชื่อของขุนนางที่มีนามว่า "อูเบียน" ซึ่งพระเจ้าปดุงโปรดเกล้าฯ ให้มาทำหน้าที่เป็นแม่กองงานสร้าง สะพานเป็นทางผ่านสำคัญสำหรับคนในท้องถิ่นและเป็นสถานที่ท่องเที่ยวพักผ่อนที่นิยมเป็นอย่างยิ่งของคนพม่าอีกด้วย
สมควรแก่เวลา นำทุกท่านไปรับประทานอาหารเย็นร่วมกัน (5)
จากนั้น นำทุกท่านเข้าสู่ที่พัก พักผ่อนตามอัธยาศัย

Day 3
04.00 น. อรุณสวัสดิ์มัณฑะเลย์ /สรีระกิจ เพื่อเตรียมตัวไปร่วมพิธีสรงพระพักตร์พระมหามัยมุนี
04.45 น. ออกเดินทางจากโรงแรมที่พักไปยังวัดมหามัยมุนี เพื่อร่วมพิธีสรงพระพักตร์พระมหามัยมุนี พร้อมสวดมนต์ ขอพร สักการะสิ่งศักดิสิทธิ์ภายในวัด
06.15 น. นำทุกท่านเดินทางกลับโรงแรมที่พัก เพื่อรับประทานอาหารเช้าร่วมกัน ณ ห้องอาหารโรงแรม (6)
08.00 น. นำทุกท่านเช็คเอาท์ ออกจากโรงแรมที่พัก เพื่อนำทุกท่านไปชมงานหัตถศิลป์ หัตถกรรมท้องถิ่นเมืองมัณฑะเลย์ อาทิ การทำทองคำเปลว ซึ่งถือว่าเป็นงานหัตถกรรมที่ขึ้นชื่อที่สุดของเมืองมัณฑะเลย์ ทองคำเปลวของที่นี่จัดว่าเป็นทองคำเปลวที่มีคุณภาพมาก เหมาะแก่การซื้อกลับไปปิดทองพระพุทธรูปที่ศรัทธา หรือซื้อกลับไปฝากบุคคลที่เคารพรักเพื่อใช้ในการปิดทองทำบุญตามโอกาสพิเศษต่างๆ นอกจากนี้ยังมีการพัฒนาผลิตภัณฑ์เป็นเครื่องสำอางค์ที่มีส่วนผสมของทองคำเปลวบริสุทธิ์ที่ผลิตในเมืองมัณฑะเลย์อีกด้วย
จากนั้น นำทุกท่านไปชมงานปักผ้างานหัตถกรรมที่ขึ้นชื่ออีกอย่างหนึ่งของเมืองมัณฑะเลย์ ที่ช่างปักจะร่วมกันปักงานจากสะดึงขนาดใหญ่ ไม่ว่าจะเป็นรูปมหาเจดีย์ชเวดากอง หรือสถานที่สำคัญต่างๆ ในพม่า เมื่อปักเสร็จจะนำไปใส่กรอบเพื่อจำหน่าย สามารถเลือกซื้อกลับไปเป็นทีร่ะลึกได้
และนำทุกท่านไปชมการพระพุทธรูปทองเหลือง ที่หล่อด้วยทองเหลือง ตามกรรมวิธีการทำแบบโบราณโดยการหล่อเบ้าแล้วเทเนื้อทองเหลืองเข้าไปจนเย็นแล้วจึงทุบออกจากเบ้า แล้วนำมาตกแต่งด้วยความประณีต จนได้พระพุทธรูปปางต่างๆ หลายขนาด ในศิลปะแบบพม่าให้ได้เลือกชมเลือกซื้อตามอัธยาศัย
สมควรแก่เวลา นำทุกท่านไปรับประทานอาหารกลางวันร่วมกัน (7)
จากนั้น นำทุกท่านออกเดินทางไปยังสนามบินนานาชาติมัณฑะเลย์ เพื่อเตรียมตัวเดินทางกลับ
13.05 น. ออกเดินทางจากเมืองมัณฑะเลย์กลับกรุงเทพมหานคร สนามบินดอนเมือง โดยสายการบินไทยแอร์เอเซีย เที่ยวบินที่ FD245
15.20 น. ถึงยังสนามบินดอนเมือง กรุงเทพมหานคร โดยสวัสดิภาพ พร้อมความสุขความประทับใจจากการเรียนรู้ร่วมกัน







